Page 32 -
P. 32

โครงการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ด้านการเกษตร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว





                                  2. สารไม่ดูดซึม (non-systemic) สารกลุ่มนี้ไม่มีการเคลื่อนย้ายหรือดูดซึมไปยัง
                ส่วนต่าง ๆ ของพืช เป็นการก�าจัดเชื้อราแบบสัมผัสกับสารเคมี
                             6.1.2  สารก�าจัดเชื้อแบคทีเรีย (bactericide) ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มของคอปเปอร์ และสารปฏิชีวนะ

                (antibiotic) ซึ่งเป็นสารที่ได้มาจากจุลินทรีย์ เช่น Streptomyces และ Penicillium ตัวอย่างสารปฏิชีวนะ
                เช่น Blasticidin ผลิตจาก Streptomyces griseochromagenes และ cycloheximide ผลิตจาก S. griseus

                มีคุณสมบัติในการยับยั้งโปรตีนในเชื้อราท�าให้เชื้อราตาย เป็นต้น
                             6.1.3  สารก�าจัดไส้เดือนฝอย (nematicide) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
                                  1. สารรมก�าจัดไส้เดือนฝอย (fumigant) เป็นสารระเหย (volatile) เช่น 1,3-

                dichloropropene ในอัตราส่วนปกติใช้ป้องกันก�าจัดไส้เดือนฝอยศัตรูพืชและอัตราการใช้ที่สูงขึ้นสามารถก�าจัด
                ศัตรูพืชในดินชนิดอื่นได้

                                  2. สารเคมีชนิดไม่รม (non-fumigant) เป็นสารไม่ระเหย (non-volatile) ได้แก่
                fenamiphos และ oxamyl เป็นต้น สารชนิดไม่รมนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ organophosphates และ carbamates
                กลไกการออกฤทธิ์คือ การยับยั้งเอนไซม์ acetylcholinesterase ซึ่งเกี่ยวข้องกับการท�างานของระบบประสาท

                ของไส้เดือนฝอย
                      ส่วนสารเคมีควบคุมไวรัสสาเหตุโรคพืชยังไม่มีสารที่ฆ่าอนุภาคไวรัสได้โดยตรง การควบคุมโรคพืชที่เกิด

                จากเชื้อไวรัสจึงใช้สารเคมีในการควบคุมแมลงพาหะน�าโรคไวรัส ช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคและลดการเกิด
                โรคได้ในที่สุด
                        6.2 การรักษาโดยการใช้ความร้อน (Heat therapy)

                        การใช้น�้าร้อน (hot-water treatment) วิธีการนี้นิยมใช้ก�าจัดโรคพืชที่อยู่ในเมล็ด (seed-borne
                pathogen) โดยเฉพาะแบคทีเรียและไวรัส เช่น การก�าจัดโรคเน่าด�าของพืชตระกูลกะหล�่า จากเชื้อแบคทีเรีย

                Xanthomonas campestris pv. campestris ให้น�าเมล็ดพันธุ์ไปแช่น�้าร้อนที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส
                เป็นเวลา 20 หรือ 30 นาที หรือการก�าจัดไส้เดือนฝอยที่ติดมากับท่อนพันธุ์ หน่อ แง่ง หัวของพืช โดยการแช่
                ในน�้าร้อน เช่น การก�าจัดไส้เดือนฝอยในหัวมันเทศ ให้น�าไปแช่น�้าร้อนที่อุณหภูมิ 45.7 องศาเซลเซียส เป็นเวลา

                65 นาที หรือการก�าจัดไส้เดือนฝอยรากปม (Meloidogyne spp.) ในแง่งขิง โดยการแช่ในน�้าร้อน อุณหภูมิ 55
                องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 นาที ก่อนปลูก

                        6.3 การตัดแต่งกิ่ง ล�าต้น หรือส่วนพืชที่เป็นโรคออก และทาสารเคมีป้องกันก�าจัดโรคบริเวณแผลที่
                ถูกตัดเพื่อป้องกันการเข้าท�าลายซ�้าเติมของเชื้อโรคชนิดอื่น ๆ วิธีการนี้เป็นการรักษาโรคโดยการลดปริมาณเชื้อโรค
                และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้



                กลยุทธ์การจัดการโรคพืช (Plant Disease Management Strategies) (Arneson, 2001)

                      Phil A. Arneson แห่งมหาวิทยาลัย Cornell ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สรุปผลงานวิจัยของนักโรคพืช
                และเกษตรกรในช่วงเวลาที่ผ่านมาเกี่ยวกับการควบคุมโรคพืชโดย การลดปริมาณเชื้อโรคเริ่มแรก การลดอัตรา

                การติดเชื้อ และการลดช่วงเวลาของการระบาด เพื่อให้การข้ามผ่านแนวความคิดจากการควบคุมโรคพืชไปสู่
                การจัดการโรคพืช โดยให้หลักการควบคุมโรคพืชแบบดั้งเดิมสามารถปรับเปลี่ยนเป็นยุทธวิธีในแต่ละกลยุทธ์ของ

                การจัดการโรคพืชที่ส�าคัญ ๆ 3 ข้อ ดังนี้




                                                                                                               25
                                                                                  บทที่ 2  หลักการควบคุมโรคพืช
                                                                                       และกลยุทธ ์ การจัดการโรคพืช
                                                                                           ผู ้ ช ่ วยศาสตราจารย ์  ดร.อนงค ์ นุช สาสนรักกิจ
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37