Page 152 -
P. 152

ิ
                                             ิ
                                 ื
                                                                              ิ
                  โครงการหนังสออเล็กทรอนกสด้านการเกษตร เฉลมพระเกียรตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
                                                ์
                                                                   ิ


                แบบแบตชโดยทั่วไปจะใชอาหารเพาะเชื้อที่มีปริมาณแหลงคารบอนมากเกินพอ คือ มีอัตราสวน
                คารบอนตอไนโตรเจน (C/N ratio) สูง โดยในระยะแรกของการเพาะเลี้ยงที่ปริมาณแหลงไนโตรเจน

                ยังไมถูกจำกัด แหลงคารบอนจะถูกใชไปเพื่อการเจริญและสรางมวลชีวภาพ (growth phase)

                จากนั้นเมื่อแหลงไนโตรเจนถูกใชจนหมด ทำใหเซลลอยูในภาวะขาดแคลนแหลงไนโตรเจน เซลล

                เกือบทั้งหมดจะหยุดเจริญและเขาสูระยะสะสมลิพิด (lipid accumulation phase) หรือลิพอจีนิกเฟส

                (lipogenic phase) แหลงคารบอนที่เหลืออยูจะถูกใชไปเพื่อการสะสมลิพิด โดยพบวาหากมวลชีวภาพ

                ที่ผลิตขึ้นในชวงการเจริญสูง จะสงผลใหอัตราการผลิตลิพิดในระยะสะสมลิพิดสูงตามไปดวย (Rossi

                et al. 2011) ซึ่งการผลิตมวลชีวภาพจะขึ้นอยูกับความเขมขนของแหลงคารบอนเริ่มตนในอาหาร

                เพาะเชื้อดวย (Beopoulos et al. 2009) แตการใชอาหารเพาะเชื้อที่มีความเขมขนของแหลงคารบอน

                เริ่มตนสูง ๆ อาจสงผลยับยั้งจุลินทรียหรือที่เรียกวา การยับยั้งดวยซับสเตรต (substrate inhibition)

                และอาจมีการผลิตผลผลิตขางเคียงอื่น ๆ เชน กรดอินทรีย (Rossi et al. 2011) ดังนั้นการเพาะเลี้ยง

                เพื่อใหไดความหนาแนนของเซลลสูง ๆ จึงไมสามารถทำไดดวยการเพาะเลี้ยงแบบแบตช (Li et al.

                2007)


                การเพาะเลี้ยงแบบเฟด-แบตช (Fed-batch cultivation)                                                        บทที่ 5


                          การเพาะเลี้ยงแบบเฟด-แบตชเปนระบบที่มีการเติมสารอาหารที่จำเปนตอการเจริญหรือ

                การสรางผลผลิตลงไปในระบบเปนระยะ (intermittent feeding) หรือเติมแบบตอเนื่อง (continuous

                feeding) ทำใหสามารถควบคุมความเขมขนของสารอาหาร โดยเฉพาะอัตราสวนของแหลงคารบอน

                                                                                                                ่
                ตอแหลงไนโตรเจนที่เปนตัวแปรสำคัญในการสะสมลิพิดใหอยูในระดับที่เหมาะสม (optimal level) ซึง
                สามารถทำไดโดยการปรับอัตราเร็วในการเติมสารอาหาร (feed rate) และองคประกอบของอาหาร

                สงผลใหไดความเขมขนของลิพิด (lipid concentration) หรือผลผลิตลิพิด (lipid yield) สูงสุดเมื่อสิ้นสุด

                กระบวนการ (Lim 2013; Yamanè and Shimizu 1984) โดยทั่วไปการเพาะเลี้ยงแบบเฟด-แบตชถูก

                นำมาใชเพื่อหลีกเลี่ยงผลการยับยั้งจากการใชซับสเตรตเริ่มตนความเขมขนสูง หรือผลการกดดัน

                จากแคทาโบไลตหรือกลูโคส (catabolite repression/glucose repression) ที่เกิดขึ้นในการเพาะเลี้ยง

                แบบแบตช ขอไดเปรียบของการเพาะเลี้ยงแบบเฟด-แบตช คือ ใชระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงสั้น ได

                ความเขมขนมวลชีวภาพสูง เพิ่มอัตราการผลิตตอหนวยเวลา (productivity) ชวยลดปญหาการยับยั้ง

                จากการใชซับสเตรตเริ่มตนความเขมขนสูง รวมทั้งผลการยับยั้งจากผลิตภัณฑสุดทาย (end-

                product inhibition) ลดการสูญเสียน้ำจากระบบที่เกิดจากการระเหย ลดความหนืดของน้ำหมัก

                (culture broth) จึงสงผลใหมีอัตราการละลายของออกซิเจนสูง (Chang et al. 2013; Yamanè and

                Shimizu 1984) การเพาะเลี้ยงแบบเฟด-แบตชไดนำมาประยุกตใชในการเพาะเลี้ยงจุลินทรียเพื่อ





                                                          การประยุกตใชยีสตเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรมยุคใหม     143
   147   148   149   150   151   152   153   154   155   156   157