Page 145 -
P. 145

ื
                                             ิ
                                                                   ิ
                                    ิ
                                                ์
                  โครงการหนังสออเล็กทรอนกสด้านการเกษตร เฉลมพระเกียรตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
                                                                              ิ

           การเพิ่มจำนวนคารบอนอะตอมและพันธะคูไปเรื่อย ๆ จนไดกรดไขมันไมอิ่มตัวสายยาว การสราง

           พันธะคูในกรดไขมันโดยการใชออกซิเจนและอาศัยระบบขนสงอิเล็กตรอน (electron transport

           system) เรียกระบบนี้วา microsomal desaturase system เชน พาลมิโทอิล-โคเอ เปลี่ยนเปน

           พาลมิโทลีอิล-โคเอ (palmitoleyl-CoA, C16:1) โดยอาศัยออกซิเจน และ NADPH โดยปฏิกิริยานี้

           เกิดขึ้นในเอนโดพลาสมิกเรทิคูลัม กรดไขมันที่สังเคราะหไดในจุลินทรียจะเก็บสะสมในรูปของ

           ไทรกลีเซอไรด (triglyceride) และฟอสฟอกลีเซอไรด (phosphoglyceride) เนื่องจากกรดไขมันละลาย

           น้ำไดยาก และจะอยูในรูปไมเซลล (micelle) อีกทั้งสมบัติของการเปนกรด และเปนตัว

           ออกซิไดส (oxidizing agent) ซึ่งเปนพิษตอเซลล จึงสรางพันธะเอสเทอรกับสารประกอบอื่น ๆ ซึ่ง

           พบวาสวนใหญเปนกลีเซอรอล ไดเปนกลีเซอไรด โดยแฟทีเอซิล-โคเอ (fatty acyl-CoA) รวมตัวกับ

           กลีเซรอล-3-ฟอสเฟต (glycerol-3-phosphate) เกิดเปนฟอสฟาติเดต (phosphatidate) เมื่อกำจัด

           หมูฟอสเฟตออกไปจะไดกลีเซอไรดซึ่งสามารถรวมตัวกับสารอื่น เชน โคลีน (choline) ซีรีน (serine)

           อิโนซิทอล (inositol) กลายเปนฟอสฟอกลีเซอไรด แตจากการรวมตัวกันนั้นฟอสฟาติเดตจะถูก

           เปลี่ยนไปเปนรูปที่กอใหเกิดปฏิกิริยา (active from) ในรูปอนุพันธของไซทิดีนไดฟอสเฟต (cytidine

      บทที่ 5   diphosphate, CDP) คือ ซีดีพี-ไดเอซิลกลีเซอรอล (CDP-diacylglycerol) แลวจึงรวมกับสารอื่น ๆ



           การสังเคราะหไทรเอซิลกลีเซอรอล


                     เอซิลกลีเซอรอลหรือกลีเซอไรดเปนเอสเทอรของกรดไขมันกับกลีเซอรอล ซึ่งหมู

           ไฮโดรอกซิลของกลีเซอรอลจะถูกแทนที่ดวยกรดไขมันตั้งแต 1, 2 และ 3 ตำแหนง ซึ่งเรียกวา

           โมโนกลีเซอไรด (monoglyceride) ไดกลีเซอไรด (diglyceride) และไทรกลีเซอไรด ตามลำดับ โดย

           กลีเซอไรดเปนลิพิดที่พบมากที่สุดในเซลลมีถึง 80 เปอรเซ็นตของลิพิดทั้งหมด และกลีเซอไรดที่พบ

           มากที่สุด คือ ไทรกลีเซอไรด กรดไขมันที่พบในไทรกลีเซอไรดในยีสตที่พบมีจำนวนคารบอนอะตอม

           ตั้งแต 8-24 อะตอม โดยชนิดที่มีคารบอนอะตอม 16-18 อะตอม (C16, C18) พบมากที่สุด (ตารางที่

           5.3)

                     การสังเคราะหไทรเอซิลกลีเซอรอลในยีสตสามารถเกิดขึ้นได 2 กระบวนการหลัก (ภาพที่

           5.4)  คือ กระบวนการที่อาศัยเอซิล-โคเอ (acyl-CoA-dependent) และกระบวนการที่ไมอาศัย

           เอซิล-โคเอในการเกิดปฏิกิริยา (acyl-CoA-independent) โดยปฏิกิริยาที่อาศัยเอซิล-โคเอ เปน

           การเติมกลุมเอซิล (acyl group) จากเอซิล-โคเอใหกับไดเอซิลกลีเซอรอล โดยเอนไซมเอซิล-โคเอ-

           ไดเอซิลกลีเซอรอล เอซิลทรานสเฟอเรส (acyl-CoA diacylglycerol acyltransferase, DAGAT; EC 2.

           3.1. 20) ซึ่งมักพบที่บริเวณเมมเบรนของเอนโดพลาสมิกเรทิคูลัม และเปนกระบวนการหลักในการ

           สังเคราะหไทรเอซิลกลีเซอรอลในยีสต ในอีกทางหนึ่งการเกิดปฏิกิริยาที่ไมอาศัยเอซิล-โคเอ จะใช       




     136  การผลิตลิพิดจากยีสต
   140   141   142   143   144   145   146   147   148   149   150