Page 9 -
P. 9

โครงการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ด้านการเกษตร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว





              แบคทีเรีย
                    แบคทีเรียสาเหตุโรคพืชส่วนใหญ่เป็น facultative saprophyte ช่วงชีวิตหลักเป็น parasite อาศัย

              ภายในพืช และอยู่ข้ามฤดูใน 2 ลักษณะคือ อยู่บนส่วนของพืช (plant-dependent survival) และอยู่ในลักษณะ
              saprophyte (saprophytic survival); การอยู่ข้ามฤดูบนส่วนของพืช ได้แก่ อยู่ในบาดแผลของพืชยืนต้น

              เช่น Erwinia amylovora และ Xanthomonas campestris pv. pruni, อยู่ในลักษณะ latent infection
              โดยแบคทีเรียอาศัยอยู่ในเซลล์พืช แต่พืชไม่แสดงอาการโรค เช่น Pseudomonas syringae pv. syringae
              และ Xanthomonas citri subsp. citri, อยู่ในเมล็ด เช่น Xanthomonas campestris pv. campestris,

              อยู่ในส่วนขยายพันธุ์ต่าง ๆ ของพืช เช่น Ralstonia solanacearum, อยู่ในลักษณะ epiphyte ซึ่งอยู่บนผิวพืช
              แต่ไม่เข้าท�าลายพืช เช่น Pectobacterium carotovorum และอยู่ข้ามฤดูในวัชพืช; ส่วนการอยู่ข้ามฤดู

              ในลักษณะ saprophyte จะใช้สารอาหารจากสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วหรืออินทรียวัตถุที่ย่อยสลาย ได้แก่ อยู่ในดิน
              เช่น Ralstonia solanacearum, Streptomyces scabies และ Agrobacterium tumefaciens, อยู่ในเศษ
              ซากพืช, ในแหล่งน�้าผิวดิน และเครื่องมือทางการเกษตร โดยแบคทีเรียจะสร้าง extracellular polysaccharide

              เพื่อปกป้องเซลล์ในขณะที่อยู่ในเศษซากพืชและเครื่องมือทางการเกษตร
                    แบคทีเรียสาเหตุโรคพืชส่วนใหญ่แพร่กระจายทางน�้า ดิน เมล็ด ส่วนขยายพันธุ์พืช แมลง สัตว์อื่น ๆ และ

              มนุษย์ น�้าฝนช่วยแพร่กระจายแบคทีเรียไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช จากต้นหนึ่งไปสู่อีกต้นหนึ่ง จากดินไปยังส่วน
              ของพืชที่อยู่ใกล้ดิน และจากดินพื้นที่หนึ่งไปยังพื้นที่อื่น โรคที่แบคทีเรียเข้าท�าลายเมล็ดสามารถแพร่กระจาย
              ผ่านเมล็ดได้ แมลงเป็นพาหะที่น�าแบคทีเรียไปยังพืช และแบคทีเรียบางชนิดสามารถอยู่ข้ามฤดูในแมลงได้

              สัตว์หลายชนิดเคลื่อนที่ไปมาระหว่างพืช ได้แก่ นก กระต่าย และสัตว์อื่น ๆ อาจมีแบคทีเรียติดไปกับร่างกายสัตว์
              แล้วแพร่กระจายไปที่ต่าง ๆ มนุษย์มีบทบาทในการแพร่กระจายแบคทีเรียด้วยการสัมผัสต้นพืช ด้วยวิธีต่าง ๆ

              ในการเพาะปลูก การใช้เครื่องมือทางการเกษตรที่ปนเปื้อนแบคทีเรีย การย้ายต้นกล้าที่เป็นโรคไปปลูกใน
              พื้นที่ใหม่ เป็นต้น



              ไฟโตพลาสมา

                    ไฟโตพลาสมาเป็นเชื้อสาเหตุโรคพืชที่ไม่มีผนังเซลล์ ลักษณะคล้ายไมโครพลาสมาในสัตว์ และเป็น
              obligate parasite ไม่สามารถเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อได้ ไฟโตพลาสมาอยู่ข้ามฤดูในพืชที่เป็นโรคและ

              แมลงพาหะ ซึ่งจะอยู่ในท่อล�าเลียง phloem บริเวณ sieve tube ของพืชและในอวัยวะต่าง ๆ ของแมลง
              ไฟโตพลาสมาส่วนใหญ่แพร่กระจายโดยเพลี้ยจักจั่น (leafhopper) อีกส่วนหนึ่งแพร่กระจายโดยเพลี้ยกระโดด

              (planthopper) และเพลี้ยไก่แจ้ (psyllid) หลังจากแมลงดูดอาหารจากพืช แมลงยังไม่สามารถถ่ายทอดโรค
              ได้ในทันที ไฟโตพลาสมามีระยะฟักตัว (incubation period) เพื่อเพิ่มปริมาณและแพร่กระจายไปตามส่วน
              ต่าง ๆ ของแมลง 10-45 วัน ระยะเวลาในการฟักตัวขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ระยะฟักตัวสั้นที่สุดที่อุณหภูมิประมาณ

              30 องศาเซลเซียส และนานที่สุดที่อุณหภูมิประมาณ 10 องศาเซลเซียส เมื่อปริมาณไฟโตพลาสมาในต่อมน�้าลาย
              (salivary gland) มีมากพอ แมลงจึงสามารถถ่ายทอดไฟโตพลาสมาไปยังพืชปกติ และสามารถถ่ายทอดโรค

              ได้ตลอดชีวิตของแมลง ไฟโตพลาสมายังสามารถแพร่กระจายผ่านส่วนขยายพันธุ์พืช การติดตาทาบกิ่ง
              และต้นฝอยทอง ไฟโตพลาสมาอ่อนแอต่อสารปฏิชีวนะกลุ่ม tetracycline และความร้อน ซึ่งสามารถใช้ในการ
              จัดการโรคได้ เช่น น�าพืชที่เป็นโรคไปไว้ในตู้ควบคุมการเจริญเติบโต (growth chamber) ที่ 30-37 องศาเซลเซียส




         2           หลักการควบคุมโรคพืช
                Principles of Plant Disease Control
   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14