Page 43 -
P. 43
6) การเพิ่มคุณภาพสิ่งแวดลอม ผลประโยชนดานสิ่งแวดลอมเปน
ผลประโยชนทั้งทางตรงและทางออมที่สามารถและไมสามารถวัดเปนมูลคา ไมสามารถนำมาใชประเมินมูลคาทางการเงินไดโดยตรง แตอาจตองใชวิธี โครงการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ด้านการเกษตร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในการประเมินมูลคาทางออมแทนดังแสดงในภาพที่ 2-3
ทางการเงินได
ลักษณะของผลงานวิจัยดังกลาวขางตน สามารถสรางผลกระทบ การพิจารณาคัดสรรงานวิจัย 2.3 การประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของโครงการวิจัย
ตอเศรษฐกิจและสังคมไดโดยผานการเปลี่ยนแปลงของอุปสงคและอุปทาน การประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจหรือการประเมินผลกระทบ
วิทยาศาสตร วิทยาศาสตร
ในระบบเศรษฐกิจ เปนผลใหผลประโยชนที่อยูในรูปของสวนเกินทางเศรษฐกิจ งานวิจัยพื้นฐาน งานวิจัยประยุกต ทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการวิจัยเป็นการใช้กรอบแนวคิดทาง
สังคมศาสตร สังคมศาสตร เศรษฐศาสตร์ เพื่อวิเคราะห์ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากโครงการวิจัย โดยผล
เปลี่ยนแปลงไปดวย ทั้งนี้ งานวิจัยทุกโครงการมีวัตถุประสงคเพื่อกอใหเกิด
ผลประโยชนสุทธิที่สามารถคำนวณเปนสวนเกินทางเศรษฐกิจที่มีมูลคา การลงทุนในงานวิจัย ประโยชน์เหล่านี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสวัสดิการสังคมที่ดีขึ้นในรูป
เปนบวกทั้งสิ้น โดยทั่วไป ผลประโยชนจากงานวิจัยสามารถจำแนกออกเปน ลักษณะของผลงานวิจัย แบบต่างๆ เช่น 1) การเพิ่มขึ้นของผลผลิต 2) การพัฒนาคุณภาพสินค้าหรือ
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 3) การประหยัดทรัพยากรโดยลดต้นทุนการผลิต
3 กลุมหลักๆ ดวยกัน คือ ผลประโยชนที่มีตอ การผลิต การบริโภค และ องคความรูพื้นฐาน การเพิ่มปริมาณผลผลิต การเพิ่มคุณภาพผลผลิต หรือลดค่าใช้จ่ายในการบริโภค และ4) การพัฒนาสุขภาพอนามัย คุณภาพ
สังคม/สิ่งแวดลอม ทั้งนี้ เมื่อนำหลักการทางเศรษฐศาสตรมาพิจารณา การลดตนทุนการผลิต การเพิ่มคุณภาพชีวิต/สังคม การเพิ่มคุณภาพสิ่งแวดลอม ชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ชุมชน หรือสังคม
ประเมินผลประโยชนที่เกิดขึ้นกับ 3 กลุม ดังกลาวแลว จะเห็นไดวา โดยรวมที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะถูกนำมาคำนวณเพื่อใช้วิเคราะห์ต้นทุน-ผล
ผลประโยชนที่เกิดขึ้นกับสองกลุมแรกนั้น ผลประโยชนสวนใหญสามารถ ผลประโยชนจากงานวิจัย ตอบแทนของโครงการวิจัย โดยพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าทาง
แสดงเปนมูลคาของเงินตราไดอยางชัดเจน เนื่องจากสินคาและบริการ ดานการผลิต ดานการบริโภค ดานสังคม/สิ่งแวดลอม เศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ดังแสดงในภาพที่ 2-4
ในกลุมของการผลิตและการบริโภคนั้น มีระบบราคาที่ผานกลไกตลาดเปน เมื่อผลของโครงการวิจัยก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของผลผลิต จาก
ตัวชี้วัดมูลคาทางการเงินอยางชัดเจน ดังนั้น ผลประโยชนทางเศรษฐศาสตร ภาพ 2-4 (ก) สมมติให้สังคมมีอุปทานของผลผลิตเป็นเส้นตรงแนวตั้ง (เส้น
มูลคาทางตรง มูลคาทางออม
จาการลงทุนในงานวิจัยตางๆ จึงสามารถประเมินไดจากสวนเกินของผูผลิต Q S ) มีราคาของผลผลิตคงที่เป็นเส้นแกนนอน (P D) จะแสดงให้เห็นว่า
0 0
0
สวนเกินของผูบริโภค หรือสวนเกิน ทางเศรษฐกิจไดโดยตรง นอกจากนี้ สวนเกินทางเศรษฐกิจ มูลคาจากการใชประโยชน สถานการณ์เดิมนั้นสังคมมีผลผลิตในปริมาณเท่ากับ 0Q ตัน/ปี โดยมีราคา
0
ผลประโยชนจากงานวิจัยที่เกิดขึ้น ในสองกลุมนี้ยังรวมถึงผลประโยชน สวนเกินของผูบริโภค มูลคาจากการไมไดใชประโยชน ผลผลิตเท่ากับ 0P บาท/ตัน ในที่นี้สมมติให้ผลของโครงการวิจัยด้านเกษตร
0
ก่อให้เกิดการเพิ่มของผลผลิตโดยตรง (โดยราคาของผลผลิตยังไม่
ทางออม ซึ่งไมอาจวัดเปนมูลคาทางการเงินไดโดยตรง อยางไรก็ตาม สวนเกินของผูผลิต มูลคาจากการไมไดใชประโยชน เปลี่ยนแปลง) จากระดับเดิม (0Q ตัน/ปี) ไปยังระดับใหม่ (0Q ตัน/ปี) จึง
1
0
ผลประโยชนจากงานวิจัยที่เกิดขึ้นกับกลุมของสังคม/สิ่งแวดลอมนั้น ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของเส้นอุปทานไปเป็นเส้น Q S มีผลทำให้จุด
1 1
การประเมินผลประโยชนคอนขางมีลักษณะเฉพาะตัว กลาวคือ ผลประโยชน ผลประโยชนทางเศรษฐศาสตรจากงานวิจัย ดุลยภาพ ณ ระดับราคาและปริมาณเดิม (0P และ 0Q ) คือ จุด a เคลื่อน
0
0
ที่เกิดขึ้นประกอบดวยผลประโยชน ทางตรงที่สามารถคำนวณใหอยูในรูป ย้ายไปยังจุดดุลภาพใหม่คือจุด b ( ณ ระดับราคาเดิมแต่ปริมาณใหม่ คือ
ของมูลคาทางการเงินไดหาก ผลประโยชนที่เกิดขึ้นมีระบบราคาตลาดเปน ภาพที่ 2-3 กรอบการประเมินผลประโยชนทางเศรษฐศาสตรจากงานวิจัย 0P และ 0Q ) การวัดผลทางเศรษฐกิจของโครงการวิจัยเนื่องจากการเพิ่ม
0
1
ตัวชี้วัด และผลประโยชน ทางออมที่เกิดขึ้นในกรณีที่ระบบราคาตลาด ที่มา: กัมปนาท วิจิตรศรีกมล (2553) ผลผลิตจึงพิจารณาได้จากมูลค่าของผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเท่ากับ Q abQ บาท/ปี
1
0
แสดงด้วยพื้นที่แรเงาดังภาพ
20 21
23