Page 94 -
P. 94

ู
                       คลังความรดจทัลและฐานข้อมลจดหมายเหต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร                   ์
                                                                      ุ
                                      ิ
                                  ู
                                   ้
                                    ิ
                                                           วิจัยธุรกิจที่คุณทำได: จากการเริ่มตนสูความสำเร็จ     79
                                                                            
                   ความสัมพันธSที่ควรได]รับการพิจารณา ตัวอย.างเช.น ในการวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธSระหว.างการจูงใจและ

                   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน วรรณกรรมที่เกี่ยวข]องอาจชี้ให]เห็นว.าตัวแปรแทรกซ]อน เช.น ความพึง
                   พอใจในงาน อาจมีบทบาทสำคัญ ดังนั้น กรอบแนวคิดอาจต]องได]รับการปรับให]ครอบคลุมตัวแปรแทรกซ]อน

                   ดังกล.าว (Sekaran & Bougie, 2020)


                          3. การตรวจสอบความชัดเจนของความสัมพันธgระหวIางตัวแปร กรอบแนวคิดที่มีประสิทธิภาพควร

                   แสดงความสัมพันธSระหว.างตัวแปรอย.างชัดเจน ความสัมพันธSที่ไม.ชัดเจนอาจทำให]วัตถุประสงคSของการวิจัยไม .
                   สามารถบรรลุได] ตัวอย.างเช.น หากวัตถุประสงคSคือการวัดผลของการฝîกอบรมที่มีต.อประสิทธิภาพการทำงาน

                   แต.กรอบแนวคิดกลับเน]นไปที่การวัดทักษะของพนักงานเพียงอย.างเดียว ความสัมพันธSระหว.างตัวแปรอาจไม .
                   ชัดเจน ดังนั้นการปรับกรอบแนวคิดเพื่อให]ครอบคลุมการวัดผลทั้งในด]านประสิทธิภาพการทำงานและการ

                   ฝîกอบรมจะทำให]วัตถุประสงคSการวิจัยสมบูรณSมากขึ้น (Robins & Coulter, 2020)


                          2.6.2.2 การปรับกรอบแนวคิดให^ตรงกับสมมติฐานที่พัฒนาขึ้น



                           สมมติฐานที่พัฒนาขึ้นจากการทบทวนวรรณกรรมและข]อมูลเบื้องต]นมักมีผลต.อการปรับกรอบแนวคิด

                   สมมติฐานแสดงถึงการคาดการณSเกี่ยวกับความสัมพันธSระหว.างตัวแปร ซึ่งหากกรอบแนวคิดไม.สอดคล]องกับ
                   สมมติฐานที่พัฒนาขึ้น จำเปfนต]องมีการปรับปรุงเพื่อให]การวิเคราะหSสามารถทำได]อย.างถูกต]องและเปfนระบบ



                          1. การพัฒนาสมมติฐานจากกรอบแนวคิดเดิม การพัฒนาสมมติฐานมักเริ่มต]นจากกรอบแนวคิดเดิมท  ี่
                   นักวิจัยสร]างขึ้นเพื่อเชื่อมโยงตัวแปรต.าง ๆ สมมติฐานควรระบุถึงความสัมพันธSเชิงเหตุผลระหว.างตัวแปรและ

                   สามารถทดสอบได] ตัวอย.างเช.น หากกรอบแนวคิดแสดงถึงความสัมพันธSระหว.าง "การฝîกอบรม" และ
                   "ประสิทธิภาพการทำงาน" สมมติฐานอาจระบุว.า "การฝîกอบรมที่มีคุณภาพสูงมีความสัมพันธSเชิงบวกกับ

                   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน" สมมติฐานนี้สอดคล]องกับกรอบแนวคิดที่แสดงความสัมพันธSระหว.างตัว

                   แปรอิสระและตัวแปรตาม (Hair et al., 2019)


                          2. การปรับกรอบแนวคิดตามสมมติฐานใหมIที่พัฒนาขึ้น ในกรณีที่สมมติฐานใหม.พัฒนาขึ้นจากข]อมูล
                   ที่ได]จากการทบทวนวรรณกรรมเพิ่มเติมหรือการเก็บข]อมูลเบื้องต]น กรอบแนวคิดอาจต]องได]รับการปรับเพื่อให ]

                   สอดคล]องกับสมมติฐาน ตัวอย.างเช.น หากมีการเพิ่มสมมติฐานเกี่ยวกับตัวแปรแทรกซ]อน เช.น "แรงจูงใจ" ท ี่
                   ส.งผลต.อความสัมพันธSระหว.าง "การฝîกอบรม" และ "ประสิทธิภาพการทำงาน" กรอบแนวคิดอาจต]องเพิ่มตัว

                   แปรแทรกซ]อนนี้เข]าไปด]วย เพื่อให]สอดคล]องกับสมมติฐานที่พัฒนาใหม. (Malhotra, 2019)


                                                                   I
                          3. การทบทวนกรอบแนวคิดเพื่อรวมตัวแปรใหม ในการปรับกรอบแนวคิดให]สอดคล]องกับสมมติฐาน
                   อาจมีการเพิ่มตัวแปรใหม.ที่เกี่ยวข]อง ตัวอย.างเช.น ในการศึกษาความสัมพันธSระหว.างการจูงใจและผลผลิตของ
                   พนักงาน การทบทวนวรรณกรรมอาจชี้ให]เห็นว.าตัวแปรใหม. เช.น "ความพึงพอใจในงาน" มีบทบาทสำคัญในการ
   89   90   91   92   93   94   95   96   97   98   99