Page 225 -
P. 225
โครงการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร
คำาปรารภ
โคลงนิราศหริภุญชัยฉบับนี้ ข้าพเจ้าได้สอบทานกับต้นฉบับเชียงใหม่อยู่เป็นเวลาหนึ่งปี
จึงพิมพ์ขึ้น ๖ - ๗ สำาเนา ใน พ.ศ. ๒๔๘๗ แล้วส่งไปให้ท่านเจ้าคุณอนุมานราชธน คุณธนิต
อยู่โพธิ์ คุณเปลื้อง ณ นคร ม.ร.ว. สุมนชาติ สวัสดิกุล และห้องสมุดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สิบห้าปีต่อมาจึงได้นำาลงตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย
หนังสือนี้สำาเร็จเป็นรูปเล่มขึ้นมาได้ ด้วยอาศัยการส่งเสริมของสมาคมภาษาและหนังสือ
ตามโครงการส่งเสริมการอ่านอักขระไทยโบราณ ต้นฉบับเชียงใหม่ใบลาน มีอายุประมาณ
๑๒๐ ปี จารึกด้วยอักษรพื้นเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีลักษณะกลมๆ แบบอักษรมอญ พม่า และ
บางฉบับก็จารึกเป็นอักษรขอมไทย คืออักษรที่กลายไปจากลายสือไทยของพ่อขุนรามคำาแหง
อักขระแบบหลังนี้ปรากฏอยู่ตามศิลาจารึกทั่วไปในภาคพายัพสมัย ๒๐๐ - ๔๐๐ ปีล่วงมานี้
และเท่าที่พบในใบลาน ๕ ผูก เป็นโคลงนิราศหริภุญชัย ๒ ผูก โคลงเรื่องนางสังกา ๑ ผูก และ
โคลงมังทราตีเมืองเชียงใหม่ ๒ ผูก อักขระแบบนี้เกือบไม่มีผู้อ่านออกแล้ว ฉะนั้น ถ้าใครได้
ไปไม่รู้คุณค่าก็อาจโยนทิ้งเสีย ข้าพเจ้าเชื่อว่าอาจมีวรรณคดีอีกหลายเรื่องที่เขียนด้วยอักขระ
ขอมไทยตกค้างอยู่ตามบ้าน วัด หรือถำ้า ทางจังหวัดภาคเหนือ ถ้าผู้ใดได้พบเห็นควรจะส่งมอบ
ให้หอพระสมุดเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติสืบไป
เนื่องด้วยท่านมหาหมื่น แห่งวัดเจดีย์หลวง และท่านหมู แห่งวัดเชียงหมั้น มรณภาพ
ไปหลายปีแล้ว จึงไม่ทราบว่าต้นฉบับโคลงนิราศหริภุญชัยทั้ง ๕ ผูกไปตกอยู่กับผู้ใด
วัดเจดีย์หลวงได้รับหนังสือใบลานของท่านมหาหมื่นเรื่องอื่นๆ ไว้หลายพันผูก แต่โคลงเรื่องนี้
สูญหายไป ทางวัดเชียงหมั้นเหลือแต่โคลงเรื่องมังทราตีเชียงใหม่ ๑ ผูก และคุณสงวน
โชติสุขรัตน์ ไปได้เรื่องเดียวกันนี้กับโคลงเรื่องนางสังกามาจากอำาเภอฮอด อีกอย่างละ ๑ ผูก
ผู้คัดเรื่องมังทรา ชื่อสุรินท์ เป็นผู้คัดโคลงนิราศหริภุญชัยด้วย และได้คัดไว้ในปีเดียวกัน คือ
พ.ศ. ๒๓๘๑ โคลงท้ายเรื่องมีดังนี้
สุรินท์เขียนขีดด้วย อัตตา
ยังค่าวคราวมังทรา ผาบผ้าย
เชียงใหม่เขตล้านนา ไทยทั่ว ทิศเอ่
เป็นกั่นโลงไว้หื้อ เผ่าผู้ประสงค์เสิน
อนึ่ง พุทธวงศ์ภิกขุ ได้คัดเรื่องนี้ไว้ก่อนหน้านี้ ๑ ปี จึงสรุปได้ว่าสุรินท์เป็นแต่เพียงผู้คัด
ไม่ใช่ผู้แต่งโคลงเรื่องมังทรา และโคลงนิราศหริภุญชัยก็คงจะสรุปได้เช่นเดียวกัน
223

