Page 351 -
P. 351
โครงการรวบรวมและจัดทําเอกสารวารสารอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
340 Humanities Journal Vol.20 Special Issue (2013)
และตอกย้ าความเสมอภาคทางเพศ และสั่นคลอนโครงสร้าง
สังคมเพื่อล้มล้างอคติระหว่างเพศแต่กลไกดังกล่าวเป็นเพียง
ภาพลวงตาที่ด าเนินไปภายใต้กระบวนการปกปิด อ าพราง
ความเป็นจริงในสังคม ที่ระบบชายเป็นใหญ่ยังคงครอบครอง
พื้นที่และมีความเข้มข้นอยู่ในสังคมไทย หรืออาจกล่าวอีกนัย
หนึ่งว่า คุณหญิงวิมลไม่ได้ประกอบสร้างวาทกรรมหลักคือ
วาทกรรมสตรีนิยม ที่สตรีมีสิทธิเท่าเทียมบุรุษอย่างที่เราเข้าใจ
แต่คุณหญิงได้ตอกย้ าข้อจ ากัดและข้อขัดแย้งในความเป็นหญิง
ผ่านตัวบทนวนิยายที่ย้อนแย้งในตัวเอง คุณหญิงวิมลได้ผลิต
ซ้ ากรอบความรู้ความเข้าใจสตรีในบริบทสังคมที่ชายเป็นใหญ่
อยู่นั่นเอง (วศินี สุทธิวิภากร, 2552: 143)
แนวคิดเรื่องวาทกรรม (Discourse) ที่เป็นกรอบของงานวิจัยข้างต้นและ
เป็น “แว่น” ที่ใช้วิเคราะห์ตีความตัวบทของทมยันตีนั้นเป็นหนทางหนึ่งที่ท าให้
มองเห็นและเข้าใจสังคมและโลกมากยิ่งขึ้น วาทกรรมเป็นตัวแทนทางความคิดผ่าน
ทางภาษาและสัญลักษณ์ นั่นคือ วาทกรรมเกิดขึ้นเพราะการปฏิสัมพันธ์ของคนใน
สังคม ขณะเดียวกันโครงสร้างและระบบทางสังคมก็มีผลต่อวิถีปฏิบัติของคนด้วย
เท่ากับว่าวาทกรรมส่งผลต่อการกระท าของมนุษย์ด้วยเช่นกัน วาทกรรมจึงต้อง
เกี่ยวข้องกับระบบและโครงสร้างทางสังคมวัฒนธรรม ซึ่งมีอ านาจและอุดมการณ์
แอบแฝงอยู่ (กฤษดาวรรณ หงส์ลดารมภ์ และจันทิมา เอียมานนท์, 2549: 9)
การศึกษาวรรณกรรมในงานวิจัยนี้ได้รับอิทธิพลจากส านักทฤษฎีวิพากษ์ (critical
theory) ที่มีจุดยืนตรงกับข้ามกับส านักปฏิฐานนิยมที่เน้นว่าศาสตร์นั้นจะต้อง
ปราศจากคุณค่า (value-free) อันหมายถึงการเป็นอิสระจากระบบค่านิยม และมี
ลักษณะเป็นวัตถุวิสัยดังได้กล่าวแล้ว ซึ่งหากมองจากมุมของทฤษฎีวิพากษ์แล้ว
“การปราศจากคุณค่า” ก็เป็น “คุณค่าประเภทหนึ่ง” (กาญจนา แก้วเทพ, 2548:
293)

