Page 107 -
P. 107

้
                                    ิ
                       คลังความรดจทัลและฐานข้อมลจดหมายเหต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร                   ์
                                  ู
                                                                      ุ
                                                       ู
                                      ิ
           92
                  ตัวอย.างเช.น สมมติว.านักวิจัยมีสมมติฐานเดิมว.า "ภาวะผู]นำการเปลี่ยนแปลงมีความสัมพันธSเชิงบวกกับ

           ผลการปฏิบัติงานของพนักงาน" แต.ผลการวิจัยพบว.าความสัมพันธSนี้เปfนจริงเฉพาะในกลุ.มพนักงานที่ม ี
           ประสบการณSการทำงานมากกว.า 5 ปÆ


                  จากผลการวิจัยนี้ นักวิจัยอาจปรับปรุงสมมติฐานเปfน "ภาวะผู]นำการเปลี่ยนแปลงมีความสัมพันธSเชิง

           บวกกับผลการปฏิบัติงานของพนักงาน โดยมีประสบการณSการทำงานเปfนตัวแปรกำกับ"


                  การปรับปรุงสมมติฐานในลักษณะนี้สอดคล]องกับแนวคิดของ Baron และ Kenny (1986) เกี่ยวกับการ

           วิเคราะหSตัวแปรกำกับ (Moderator Analysis) ซึ่งช.วยให]เข]าใจความสัมพันธSระหว.างตัวแปรได]ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
           นอกจากนี้ Hayes (2022) ได]เสนอว.าการปรับปรุงสมมติฐานควรคำนึงถึงบริบทเฉพาะของการวิจัยด]วย เช.น ใน

           กรณีนี้ อาจต]องพิจารณาว.าลักษณะของงานหรือวัฒนธรรมองคSกรมีส.วนทำให]ประสบการณSการทำงานเปfนตัว

           แปรกำกับหรือไม.


                  2.7.3.2 การพัฒนาสมมติฐานใหมUจากข^อมูลเพิ่มเติม



                   การพัฒนาสมมติฐานใหม.เปfนกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อนักวิจัยพบข]อมูลหรือแนวคิดใหม.ที่น.าสนใจ
           ระหว.างการดำเนินการวิจัย ซึ่งอาจนำไปสู.การตั้งคำถามการวิจัยใหม.และการพัฒนาสมมติฐานใหม. (Maxwell,

           2013)


                  ในการพัฒนาสมมติฐานใหม. นักวิจัยควรพิจารณาประเด็นต.อไปนี้:


                                           ี
                  1. ความสอดคล@องกับทฤษฎ สมมติฐานใหม.ควรมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีที่เกี่ยวข]องหรือสามารถอธิบาย
           ได]ด]วยกรอบแนวคิดทางทฤษฎีที่มีอยู. (Creswell & Creswell, 2018)


                  2. ความเปRนไปได@ในการทดสอบ สมมติฐานใหม.ควรสามารถทดสอบได]ด]วยวิธีการทางวิทยาศาสตรS
           (Sekaran & Bougie, 2020)



                  3. ความนIาสนใจและความสำคัญ สมมติฐานใหม.ควรมีความน.าสนใจทางวิชาการและมีความสำคัญใน
           การพัฒนาองคSความรู]หรือการประยุกตSใช]ในทางปฏิบัติ (Kumar, 2019)


                  ตัวอย.างเช.น สมมติว.าในระหว.างการศึกษาความสัมพันธSระหว.างภาวะผู]นำการเปลี่ยนแปลงและผลการ

           ปฏิบัติงาน นักวิจัยพบว.าพนักงานที่มีทักษะการจัดการอารมณS (Emotional Intelligence) สูงมีแนวโน]มที่จะ
           ตอบสนองต.อภาวะผู]นำการเปลี่ยนแปลงได]ดีกว.า



                  จากข]อมูลเพิ่มเติมนี้ นักวิจัยอาจพัฒนาสมมติฐานใหม.ว.า "ทักษะการจัดการอารมณSของพนักงานม ี
           อิทธิพลกำกับความสัมพันธSระหว.างภาวะผู]นำการเปลี่ยนแปลงและผลการปฏิบัติงาน" การพัฒนาสมมติฐานใหม .

           นี้สอดคล]องกับแนวคิดของ Goleman (2005) กี่ยวกับความสำคัญของทักษะการจัดการอารมณSในการทำงาน
   102   103   104   105   106   107   108   109   110   111   112