Page 104 -
P. 104

คลังความรดจทัลและฐานข้อมลจดหมายเหต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร                   ์
                                      ิ
                                                       ู
                                   ้
                                                                      ุ
                                    ิ
                                  ู
                                                                            
                                                           วิจัยธุรกิจที่คุณทำได: จากการเริ่มตนสูความสำเร็จ     89
                          นอกจากนี้ Avolio และคณะ (2004) ได]ศึกษาความสัมพันธSระหว.างภาวะผู]นำการเปลี่ยนแปลงและ

                   ความผูกพันต.อองคSกรในบริบทของธนาคารในสิงคโปรS ผลการศึกษาพบว.าภาวะผู]นำการเปลี่ยนแปลงมีอิทธิพล
                   ทางบวกต.อความผูกพันต.อองคSกรของพนักงาน โดยเฉพาะอย.างยิ่งในมิติของความผูกพันด]านจิตใจ (Affective

                   Commitment) อย.างไรก็ตาม Epitropaki และ Martin (2005) พบว.าความสัมพันธSระหว.างภาวะผู]นำการ
                   เปลี่ยนแปลงและความผูกพันต.อองคSกรอาจได]รับอิทธิพลจากปYจจัยอื่นๆ เช.น ลักษณะส.วนบุคคลของพนักงาน

                   และบรรยากาศองคSกร ซึ่งชี้ให]เห็นว.าความสัมพันธSนี้อาจซับซ]อนกว.าที่คาดการณSไว] ในบริบทของประเทศไทย

                   รัตติกรณS จงวิศาล (2556) ได]ศึกษาความสัมพันธSระหว.างภาวะผู]นำการเปลี่ยนแปลงและความผูกพันต.อองคSกร
                   ในกลุ.มพนักงานบริษัทเอกชน ผลการศึกษาสอดคล]องกับงานวิจัยในต.างประเทศ โดยพบว.าภาวะผู]นำการ

                   เปลี่ยนแปลงมีความสัมพันธSเชิงบวกกับความผูกพันต.อองคSกรอย.างมีนัยสำคัญทางสถิติ


                          จากการทบทวนวรรณกรรมข]างต]น จะเห็นได]ว.ามีหลักฐานเชิงประจักษSที่สนับสนุนความสัมพันธSเชิง

                   บวกระหว.างภาวะผู]นำการเปลี่ยนแปลงและความผูกพันต.อองคSกร ซึ่งสอดคล]องกับสมมติฐาน H 1 ที่ตั้งไว]
                   อย.างไรก็ตาม ผู]วิจัยควรตระหนักถึงความซับซ]อนของความสัมพันธSนี้และพิจารณาปYจจัยอื่นๆ ที่อาจมีอิทธิพล

                   ร.วมด]วย


                          ตัวอย.างที่ 2 สมมติฐาน H 2: ความผูกพันตIอองคgกรมีความสัมพันธgเชิงบวกกับผลการปฏิบัติงาน


                          การสนับสนุนจากวรรณกรรม Meyer และคณะ (2002) ได]ทำการวิเคราะหSอภิมาน (Meta-analysis)

                   เกี่ยวกับความสัมพันธSระหว.างความผูกพันต.อองคSกรและผลการปฏิบัติงาน โดยพบว.าความผูกพันต.อองคSกร
                   โดยเฉพาะความผูกพันด]านจิตใจ (Affective Commitment) มีความสัมพันธSเชิงบวกกับผลการปฏิบัติงานของ

                   พนักงาน ผลการศึกษานี้สนับสนุนแนวคิดที่ว.าพนักงานที่มีความรู]สึกผูกพันกับองคSกรมีแนวโน]มที่จะทุ.มเทในการ

                   ทำงานมากขึ้น Riketta และ Landerer (2005) ได]ทำการศึกษาเชิงอภิมานเช.นกัน โดยมุ.งเน]นที่ความสัมพันธ S
                   ระหว.างความผูกพันต.อองคSกรและผลการปฏิบัติงาน ผลการศึกษายืนยันว.ามีความสัมพันธSเชิงบวกระหว.างตัว

                   แปรทั้งสอง แม]ว.าขนาดของความสัมพันธSจะอยู.ในระดับปานกลาง ซึ่งชี้ให]เห็นว.าอาจมีปYจจัยอื่นๆ ที่มีอิทธิพลต.อ

                   ผลการปฏิบัติงานด]วย


                          อย.างไรก็ตาม Meyer และ Allen (1997) ชี้ให]เห็นว.าความสัมพันธSระหว.างความผูกพันต.อองคSกรและ
                   ผลการปฏิบัติงานอาจไม.เปfนเส]นตรงเสมอไป โดยอาจมีปYจจัยแทรกซ]อนอื่น ๆ เช.น ลักษณะงาน แรงจูงใจ และ

                   ความพึงพอใจในงาน ที่มีอิทธิพลต.อความสัมพันธSนี้


                          จากการทบทวนวรรณกรรมข]างต]น จะเห็นได]ว.ามีหลักฐานเชิงประจักษSที่สนับสนุนความสัมพันธSเชิง

                   บวกระหว.างความผูกพันต.อองคSกรและผลการปฏิบัติงาน ซึ่งสอดคล]องกับสมมติฐาน H 2 ที่ตั้งไว] อย.างไรก็ตาม
                   ผู]วิจัยควรคำนึงถึงความซับซ]อนของความสัมพันธSนี้และพิจารณาปYจจัยอื่นๆ ที่อาจมีอิทธิพลร.วมด]วย
   99   100   101   102   103   104   105   106   107   108   109