ประวัติหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

ประวัติพระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)

เดิมชื่อ ปั่น นามสกุล เสน่ห์เจริญ เกิดวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ตรงกับวัน ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีกุน ที่ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จ.พัทลุง มีชื่อเล่นว่าขาว แต่คุณแม่เรียกว่าหมา เป็นบุตรนายวัน เสน่ห์เจริญ นางคล้าย เสนห์เจริญ (นามสกุลเดิมจุลบุษรา) มีพี่สาว ๒ คน ชื่อขำ อนุวงศ์ และดำ บุญวิสูตร (เสียชีวิตทั้งคู่) พี่ชาย ๑ คนชื่อพ่วง (เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก) น้องสาว ๑ คน ชื่อหนูกลิ่น กฤตรัชตนันท์ (ยังมีชีวิตอยู่)

วัยเด็ก

พ.ศ.๒๕๖๒ เข้าศึกษาชั้นประถม ๑ เมื่ออายุย่างเข้า ๘ ขวบ ที่โรงเรียนประจำอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง โรงเรียนนี้มีครูใหญ่ชื่อเลี้ยง เวชรังษี และมีครูดำ ม่องกี้ ครูเปลื้อง กาญจโนภาส ครูฉัตร โสภณ เป็นครูสอน เรียนจบชั้นประถม ๓ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดในการศึกษาสมัยนั้นแล้วย้ายไปศึกษาต่อชั้นมัธยมที่ โรงเรียนประจำจังหวัดพัทลุง ซึ่งนักเรียนเป็นชายล้วน (สมันนั้นไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือ) เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ หลังโรงเรียนเปิดภาคเรียนใหม่ ตั้งแต่วันที่ ๑๗ พฤษภาคม มีครูโชติ เหมรักษ์ ต่อมาเป็นขุนวิจารณ์จรรยา เป็นครูใหญ่ เนื่องจากโรงเรียนอยู่ไกลบ้าน จึงอาศัยวัดยาง อำเภอเมือง ซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียนเป็นที่พักจนจบชั้นมัธยม ๓ ขณะเรียนชั้นมัธยม ๔ ต่อได้ครึ่งปีบิดาป่วยจึงต้องลาออกมาช่วยเหลือครอบครัว

พ.ศ. ๒๕๗๐

ขณะอายุ ๑๖ ปี ติดตามหลวงลุงพุ่ม ธมฺมทินฺโน วัดคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ไปรัฐปีนัง มาเลเซีย แล้วกลับมาทำงานเหมืองแร่และสวนยางที่ภูเก็ตได้ค่าจ้างวันละ ๙๐ สตางค์

พ.ศ. ๒๔๗๒

อายุ ๑๘ ปี พรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดอุปนันทาราม ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ มีพระรณังควินัยมุนีวงศ์ ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นที่ พระครูพิพัฒน์สมาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้เป็นครูใหญ่โรงเรียนประชาบาล เงินเดือนๆ ละ ๒๕ บาท และเรียนนักธรรมไปพร้อมกันโดยสอบนักธรรมตรีได้ที่ ๑ ของมณฑลภูเก็ต จนท่านเจ้าเมืองภูเก็ตขณะนั้นคือพระยาอมรศักดิ์ประสิทธิ์ (ทนง บุนนาค) ถวายรางวัลผ้าไตร ๑ ไตร นาฬิกา ๑ เรือน หัวข้อกระทู้ธรรมในการสอบครั้งนั้นว่า

น สิยา โลกวฑฺฒโน ไม่พึงเป็นคนรกโลก

พ.ศ. ๒๔๗๔

อายุ ๒๐ ปี อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดนางลาด ตำบลเขาเจียก อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๔ มี พระครูจรูญกรณีย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาพลัด วัดคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูเคว็จ วัดคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ปัญฺญานนฺโท

พ.ศ. ๒๔๗๕

เทศน์ครั้งแรก ที่วัดปากนคร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

พ.ศ. ๒๔๗๖

ร่วมคณะพระภิกษุใจสิงห์ รวม ๔๕ รูป ธุดงค์เท้าเปล่าไปเผยแพร่ธรรมะที่พม่ากับ พระโลกนาถ ภิกษุชาวอิตาลี โดยในหลวงรัชกาลที่ ๗ พระราชทานอุปถัมภ์รูปละ ๕๐ บาท พร้อมหนังสือเดินทาง

พ.ศ. ๒๔๘๐

ไปจำพรรษาที่สวนโมกขพลาราม ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมกับท่านพุทธทาสภิกขุ และท่าน บ.ช.เขมาภิรัต (พระราชญาณกวี อดีตเจ้าคณะจังหวัดชุมพร เจ้าอาวาสวัดขันเงิน) เป็นสามสหายธรรมร่วมงานเผยแพร่พระพุทธศาสนากันมาตั้งแต่บัดนั้น

พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๘๖

ศึกษาภาษาบาลีที่วัดสามพระยา กรุงเทพฯ จนสอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค แล้วเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ ๒) จึงไม่ได้เรียนภาษาบาลีได้

พ.ศ. ๒๔๙๒

ไปจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๒ เริ่มเผยแพร่พระพุทธศาสนาด้วยการปาฐกถาธรรม โดยสร้างโรงมุงใบตองตึงขึ้นในที่ของชาวบ้าน ซึ่งเรียกว่า ศาลาธรรมทาน (ปัจจุบันพุทธสถานเชียงใหม่) เทศน์ทุกวันอาทิตย์และวันพระ ออกเทศน์ตามหมู่บ้านต่างๆ โดยรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียง และเขียนเรื่องลงหนังสือพิมพ์ชาวเหนือ จนมีชื่อเสียงขึ้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ในนาม ภิกขุปัญญานันทะ ผู้สนับสนุนคนสำคัญในการเผยแพร่คือเจ้าชื่น สิโรรส โดยอยู่จำพรรษาที่วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) จังหวัดเชียงใหม่ นานถึง ๑๐ ปี (พ.ศ.๒๔๙๒-๒๕๐๒)

พ.ศ. ๒๔๙๗

เดินทางไปเผยแพร่ธรรมะยังทวีปยุโรป และร่วมประชุมกับขบวนการสีลธรรมโลก (M.R.A.) ที่เมืองโคซ์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

พ.ศ.๒๔๙๙

ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ เป็นที่ พระปัญญานันทมุนี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๙

พ.ศ. ๒๕๐๐

เป็นประธานมูลนิธิชาวพุทธมูลนิธิ วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๐๓

- หม่อมหลวง ชูชาติ กำภู อธิบดีกรมชลประทาน นิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
- หม่อนหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานอ่านพระราชกฤษฎีกายุบวัดโบสถ์ และวัดเชิงท่า แล้วย้ายมารวมกันที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จนฺทสิริ) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมวิสุทธาจารย์ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานมอบใบแต่งตั้ง พระปัญญามุนี จากวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๐๓
- เป็นเจ้าสำนักศาสนศึกษาวัดชลประทานรังสฤษฏ์
- เริ่มปฏิรูปพิธีกรรมทางศาสนา ให้เป็นไปเพื่อส่งเสริมสติปัญญา ตามหลักการเป็นระเบียบ เรียบง่าย ประหยัด ได้ประโยชน์
- ได้ถวายพระธรรมเทศนาหน้าพระที่นั้ง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๓
- เป็นผู้ริเริ่มการแสดงปาฐกถาธรรมวันอาทิตย์ ณ วัดชลประทานรังสฤษฏ์

พ.ศ. ๒๕๐๖

- สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) วัดสระเกศ ราชวรมหวิหาร กรุงเทพฯ ทรงแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ และได้บวชหม่อมหลวงชอบ อิศรศักดิ์ อายุ ๖๖ ปี เป็นคนแรก เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๖
- เป็นหัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ ๙ (ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล)

พ.ศ. ๒๕๑๔

ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นที่ พระราชนันทมุนี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๔

พ.ศ. ๒๕๑๗

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ ทรงแต่งตั้งให้เป็นรองเจ้าคณะภาค ๑๘ (พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล) เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๗ โดยพระธรรมปัญญาบดี (เพียร อุตฺตโม) วัดคูหาสวรรค์ จังหวัดพัทลุง เป็นเจ้าคณะภาค ๑๘

พ.ศ. ๒๕๑๘

- ได้ถวายพระธรรมเทศนาหน้าพระที่นั้ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ณ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ เมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๘
- สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังหราช (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ ทรงแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทสามัญ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๑๘
- ได้ถวายพระธรรมเทศนาหน้าพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ ในพระราชพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์รามาธิบดีอันมีศักดิ์ยิ่ง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๘
- ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณผู้อบรมผู้ข่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ ๑๖/๒๕๑๘ รุ่น ๑๗/๒๕๑๙ จากกระทรวงยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๒๐

ได้รับรางวัลสังข์เงิน เป็นเกียรติ ในฐานะพระภิกษุผู้เผยแผ่ธรรมะยอดเยื่ยมประจำปี ๒๕๒๐ จากสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๒๑

- ได้รับรางวัลนักพูดดีเด่น ประจำปี ๒๕๒๐ ประเภทเผยแพร่ธรรม จากสมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๑
- เริ่มแสดงปาฐกถาธรรมทุกวันอาทิตย์ต้นเดือน เวลา ๐๘.๐๐ น. - ๐๘.๓๐ น. ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ถ่ายทอดเสียงทั่วประเทศน์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๑

พ.ศ. ๒๕๒๔

- เริ่มบวชพระนวกะประจำเดือนในวัดชลประทานรังสฤษฎ์
- ได้รัับปริญญาทุทธศาสตร์ดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาครุศาสตร์) จาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๔
- ริเริ่มโครงการพระธรรมทายาท อบรมพระภิกษุให้เป็นนักเผยแพร่ธรรมะที่ดี

พ.ศ. ๒๕๒๕

- ริเริ่มโครงการส่งหนังสือธรรมะเป็น ส.ค.ส.ปีใหม่
- ได้รับการยกย่องและคัดเลือกให้เป็นบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาในโอกาสฉลองกรุง
รัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี โดยได้รับรางวัล ๒ ประเภท ก. บุคคล และประเภท ง. สื่อสารมวลชน (รายการส่งเสริมธรรมะทางสถานีวิทยุโทรทัศน์) เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕

พ.ศ. ๒๕๒๘

ได้รับโล่เป็นเกียรติในการประชุมวิชาการ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๘ - ๒๕๒๙ จากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๒๙

ไปร่วมประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์อาเซียนเพื่อสันติภาพ ครั้งที่ ๗ ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

พ.ศ. ๒๕๓๐

ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นที่ พระเทพวิสุทธิเมธี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐

พ.ศ. ๒๕๓๑

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (เวสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ ประทานวิฒิบัตร สัญลักษณ์อนุรักษ์ผู้ประพฤติธรรม เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๐

พ.ศ. ๒๕๓๒

ได้รับปริญญาปรัชญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาศึกษาศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่
๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒

พ.ศ. ๒๕๓๓

- เป็นประธานสร้างตึกผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ (ตึก ๘๐ ปี ปัญญานันทะ) ให้โรงพยาบาลชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สิ้นทุนทรัพย์ ๒๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองร้อยยี่สิบล้านบาท)
- เป็นประธานมูลนิธิส่งเสริมแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ที่ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สิ้นทุนทรัพย์ ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามสิบล้านบาท) ซึ่งไม่รวมหาทุนจัดซื้อที่ดินเพิ่มอีก ๕๐๐ ไร่

พ.ศ. ๒๕๓๔

- เป็นประธานอำนวยการก่อตั้งศูนย์สืบอายุพระพุทธศาสนา วัดชลประทานรังสฤษฏ์ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๕๓๔
- ได้รับปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๓๔
- เป็นประธานสร้างอุโบสถให้วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๓,๕๐๐,๐๐๐
บาท (สามล้านห้าแสนบาท)
- เป็นผู้ริเริ่มจัดค่ายคุณธรรมแก่เยาวชน ตามโรงเรียนต่างๆ
- เป็นประธานมุลนิธิภิกขุปัญญานันทะ วัดชลประทานรังสฤษฏ์
- เป็นประธานมูลนิธิวัดชลประทานรังสฤษฏ์ (ที่ระลึก ๘๐ ปี ปัญญานันทะ)

พ.ศ. ๒๕๓๕

- รักษาการเจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม อินสเดล รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา
- เป็นประธานมูลนิธิท่านพุทธทาส วัดชลประทานรังสฤษฏ์

พ.ศ. ๒๕๓๖

- ได้รับปริญญาอักษรศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
- ได้รับปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณพิตกิตติมศักดิ์ (สาขาปรัชญาและศาสนา) จากมหาวิทยาลัย
สงขลานครินทร์ เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
- ไปร่วมประชุมและบรรยายในการประชุมสภาศาสนาโลก ณ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม
ถึง ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๖

พ.ศ. ๒๕๓๗

- ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๓ ถิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๗
- ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นที่ พระธรรมโกศาจารย์ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗
- เป็นประธานสร้างวัดปัญญานันทาราม ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี สิ้นทุนทรัพย์ ๗๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดสิบเจ็ดล้านบาท)
- เป็นประธานสร้างโรงอาหารให้โรงเรียนประภัสสรวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาท)

พ.ศ. ๒๕๓๘

- ได้รับโล่รางวัลคนดีศรีปักษ์ใต้ จากสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
- ได้รับรางวัลเหรียญทอง TOBACCO OR HEALTH MEDAL-1955 จากองค์การอนามัยโลก (ยูเนสโก) เนื่องในวันงดสูบบุหรีโลก เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
- เป็นประธานทอดผ้าป่าหาทุนให้โรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาท (สี่แสนบาท)

พ.ศ. ๒๕๓๙

- เป็นประธานสร้างวัดพุทธปัญญา ตำบลบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
- ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณวิทยากรผู้สัมมนาโครงการปีรณรงค์ประชาร่วมใจกำจัด โรคเรื้อน จากกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙
- ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณวิทยากรผู้สัมมนาโครงการเพิ่มพูนความรู้พนักงาน สอบสวน จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (สมัยพล.ต.ท.มนัส ครุพไชยันต์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล)

พ.ศ. ๒๕๔๐

- ได้รับโล่พระราชทานรางวัลมหิดลวรานุสรณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ทรงแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะภาค ๑๘ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๐

พ.ศ. ๒๕๔๒

- สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ทรงแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๘ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒
- เป็นประธานทอดผ้าป่าหาทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลวชิระ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต จำนวน ๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามล้านสามแสนบาท)
- เป็นประธานทอดผ้าป่าหาทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลจังหวัดพัทลุง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาท (สี่แสนบาท) เป็นประจำทุกปี

พ.ศ. ๒๕๔๔

- เป็นประธานสร้างอาคารเรียน (อาคาร ๙๐ ปี พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทะ) ให้โรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สิ้นทุนทรัพย์ ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สิบสองล้านบาท)
- เป็นประธานทอดผ้าป่าหาทุนให้โรงเรียนเบญจมราชานุสรน์ จังหวัดนนทบุรี ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาท (สี่แสนบาท) เป็นประจำทุกปี
- ได้รับปริญญาการศึกษาศาสตรดุษฎิบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาสังคมศักษา) จากมหาวิทยาลัยทักษิณ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

พ.ศ. ๒๕๔๕

- เป็นประธานสร้างอาคารที่พักพระสงฆ์อาคันตุกะ (อาคาร ๙๒ ปี ปัญญานันทะ) ให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สิ้นทุนทรัพย์
๖๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หกสิบล้านบาท)
- เป็นประธานสร้างถนนให้โรงเรียนนนทบุรีพิทยาคม จังหวัดนนทบุรี ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาท (สี่แสนบาท)

พ.ศ. ๒๕๔๖

ได้รับรางวัลศาสตรเมธี สาขาสังคมสาสตร์ ด้านศาสนาและปรัชญา จากมูลนิธิศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

พ.ศ. ๒๕๔๗

- ได้รับรางวัลศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาพุทธศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
- ได้รับปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา) จากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗
- เป็นประธานซื้อที่ดิน ๑๒๕ ไร่ สร้างวัดให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลวกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สิ้นทุนทรัพย์ ๑๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งร้อยยี่สิบห้าล้านบาท)
- เป็นประธานทอดผ้าป่าให้โรงเรียนเบญจมราชานุสรน์ จังหวัดนนทบุรี ประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาท)
- เป็นประธานอุปถัมป์ให้โรงเรียนนนทบุรีพิทยาคม จังหวัดนนทบุรี
- เป็นประธานอุปถัมป์ให้โรงเรียนเบญจมราชานุสรน์ จังหวัดนนทบุรี
- เป็นประธานอุปถัมป์ให้โรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ จังหวัดนนทบุรี
- เป็นกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โรงเรียนประชาอุปถัมป์ จังหวัดนนทบุรี
- ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานสถาปณาสมณศักดิ์ เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏที่ พระพรหมมังคลาจารย์ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

พ.ศ. ๒๕๔๙

- สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามบรมราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาใน
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ อัญเชิญแจกันดอกไม้
พระราชทานในการบำเพ็ญกุศลมงคลอายุครบ ๙๕ ปี ถวายพระพรหมมังคลาจารย์ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๕๔๙
- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร จำนวน ๑๐ ไตร สำหรับ
ทอดถวายพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ ในการบำเพ็ญกุศลมงคลอายุครบ ๙๕ ปี ถวายพระพรหมมังคลาจารย์
เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
- ได้รับใบประกาศรางวัลชูเกียรติบุคคลต้นแบบคนดีศรีแผ่นดินของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์ จากนายวัฒนา เมืองสุข รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙

พ.ศ. ๒๕๕๐

- ได้รับการออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์โอเดิร์นไนน์ทีวี (ช่อง ๙ อสมท.) รายการ คนค้นคน ตอน
"ชีวิตเพื่องาน งานเพื่อธรรมะ" ของบริษัท ทีวีบูรพา จำกัด เมื่อวันที่ ๙ และวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐
- ได้รับโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี ๒๕๕๐ ของสำนักงานคุรุสภา โดยศาสตราจารย์ ดร.เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ ประธานกรรมการคุรุสภา จาก พลเอก
สุรยุทธ์ สุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐
- เป็นประธานทอดผ้าป่าให้โรงเรียนนนทบุรีพิทยาคม จังหวัดนนทบุรี ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(สองล้านบาท) เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
- ได้รับโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๐ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐

การจำพรรษาของพระพรหมมังคลาจารย์

พ.ศ. ๒๔๗๒ - ๒๔๗๓ (๒ พรรษา)
- เป็นสามเณรจำพรรษาวัดอุปนันทาราม อำเภอเมือง จังหวัดระนอง

พ.ศ. ๒๔๗๔ -๒๔๗๕ (๒ พรรษา)
- จำพรรษาวัดหน้าพระบรมธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

พ.ศ. ๒๔๗๖ - ๒๔๗๙ (๔ พรรษา)
- จำพรรษาวัดอุทัย อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

พ.ศ. ๒๔๘๐ (๑ พรรษา)
- จำพรรษาสวนโมงขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พ.ศ. ๒๔๘๑ - ๒๔๘๖ ( ๖ พรรษา)
- จำพรรษาวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ

พ.ศ. ๒๔๘๗ - ๒๔๘๘ (๒ พรรษา)
- จำพรรษาวัดอุทัย อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๔๙๐ (๒ พรรษา)
- จำพรรษาวัดศรีตะวัน รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย

พ.ศ. ๒๔๙๑ (๑ พรรษา)
- จำพรรษาวัดปิ่นบังอร รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย

พ.ศ. ๒๔๙๒ - ๒๕๐๒ (๑๑ พรรษา)
จำพรรษาวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๐๓ - ๒๕๓๓ (๓๑ พรรษา)
- จำพรรษาวัดชลประทานรังสฤษฏ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

พ.ศ. ๒๕๓๔ (๑ พรรษา)
- จำพรรษาวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๓๕ (๑ พรรษา)
- จำพรรษาวัดชลประทานรังสฤษฏ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

พ.ศ. ๒๕๓๖ (๑ พรรษา)
- จำพรรษาวัดพุทธธรรม รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา

พ.ศ. ๒๕๓๗ - ๒๕๕๐ (๑๔ พรรษา)
- จำพรรษาวัดชลประทานรังสฤษฏ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

windows live messenger
limewire indir